͸Ժ

ผู้เขียน หัวข้อ: กรรมวิธีการเลือกสรรซื้อกระเป๋าเดินทางแบบถือขึ้นเครื่อง  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ skyzy.z88

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 294201
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด

แนวการเลือกคัดซื้อกระเป๋าเดินทางแบบถือขึ้นเครื่อง

ในยุคที่ไม่ทันเวลาการบินแข่งขันด้านราคาถมเถขึ้นเรื่อยๆ กฎระเบียบการพกพากระเป๋าเดินทางก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะประเภทการบินโลวคอสต์ที่ทุกประเภทเป็นเงินเป็นทอง ผู้โดยสารอาจถูกชาร์จเพิ่มถ้าต้องโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่อง บางครั้งการจัดสัมภาระให้ลงตัวในกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง (carry-on) จึงอาจเหมาะสมกว่า ทั้งในแง่ความคล่องตัวด้วยกันค่าใช้จ่าย  ทีมงานทำงานด้านไอที จึงจำเป็นต้องพกโน้ตบุ๊กติดตัวอยู่เสมอ เมื่อรวมกับแบตเตอรี่ แถวชาร์จ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ก็หนักร่วม 2-3 กิโลกรัมได้ จากที่เคยแบกเป้ ก็ต้องเริ่มเปลี่ยนมาใช้กระเป๋าล้อลากแบบหิ้วขึ้นเครื่องกันแแข็งแรง นอกจากประเด็นสุขภาพข้าวของหลังแล้ว ยังเอาข้าวของเครื่องใช้จุกจิกแบบเสื้อกันหนาว เสื้อสำรองยามกระเป๋าหาย พร้อมกับอุปกรณ์ส่วนตัวเล็กน้อยขึ้นเครื่องได้เหลือล้นขึ้น หลังจากเปลี่ยนมาหลายทริป มีโอกาสเปลี่ยนกระเป๋ามาหลายใบ พวกเราเลยมุ่งหวังแชร์ประสบการณ์การเลือกสรรซื้อกระเป๋าเดินทางล้อลากเกี่ยวกับขึ้นเครื่องมาฝากกันค่ะ ปัจจัยที่ควรทัศนามีด้วยกันหลายข้อ ดังนี้


  • ‘ความจุ’ เป็นคำอธิบายสำคัญอันดับหนึ่ง

    ปริมาตรสรรพสิ่งกระเป๋าเดินทางที่ปลงให้ถือขึ้นเครื่อง ขึ้นกับกฎเครื่องใช้สายลับการบินเพียงนั้นละแห่ง เท่านั้นละพันธุ์การบินกำหนดความจุกระเป๋าไม่เท่ากัน ด้วยกันมีความเข้มแห้งแล้งเครื่องใช้การตรวจขนาดกระเป๋าแตกต่างกัน (โลว์คอสต์มักจะเข้มแห้งหน่อย) ตรงนี้สำคัญเหลือแหล่ เพราะขณะที่กระเป๋า carry-on สรรพสิ่งเราใหญ่เกินปริมาตรที่เส้นการบินกำหนด เราอาจต้องโหลดกระเป๋าใบนั้นแคงทนถาวร มิฉะนั้นจะไม่ได้ขึ้นเครื่อง ถึงแก่กรรมทั้งเงินพร้อมด้วยเวลา ดังนั้นควรเตรียมตัวเนื้อความนี้ให้พร้อม  ทางที่ดีแม้นจะซื้อกระเป๋าใบใหม่ เราขอแนะลู่ทางให้พกสปายวัดไปด้วย กับอย่าลืมวัดให้ถึงตรงส่วนล้อด้วยนะคะ เพราะในใบสเปกกระเป๋าเดินทางอาจวัดเฉพาะตัวกระเป๋า ขนาดนั้นเวลาเดินทางจริง ประเภทการบินอาจให้ทดสอบใส่กระเป๋าเข้ากรอบเหล็กสี่เหลี่ยม ซึ่งถ้ารวมล้อแล้วขนาดอาจเกินได้ วัดด้วยตัวเองชัวร์กว่า


  • ‘น้ำหนัก’ ยิ่งเบายิ่งดี จุสิ่งของได้เยอะขึ้น

    เดี๋ยวนี้หลายสายการบินไม่ได้จำกัดแค่ “สัดส่วน” กระเป๋าเพียงส่วนเดียว เฉพาะยังจำกัด “น้ำหนัก” ข้าวของกระเป๋าที่หิ้วขึ้นเครื่องด้วย (มีเครื่องชั่งพร้อมสรรพ) เส้นการบินส่วนใหญ่ยอมให้ถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 7 กิโลกรัม ซึ่งลำพังแค่น้ำหนักของตัวกระเป๋าก็อาจกินไปเยอะแล้ว  ในยุคสมัยนี้ กระเป๋ารุ่นใหม่ๆ ใช้วัตถุสังเคราะห์แบบใหม่ การออกแบบแนวใหม่ที่ช่วยให้น้ำหนักสิ่งตัวกระเป๋าเบาขึ้นมาก กระเป๋าพวกนี้มักลงท้ายชื่อรุ่นว่า Lite ตรงนี้เราอาจตรวจสอบสเปกได้ทะลุเว็บไซต์เครื่องใช้ขนาดนั้นละแบรนด์ เพราะมีข่าวสารน้ำหนักให้พร้อมเลย


  • ‘ล้อลาก’ เลือกเฟ้นแบบไหนดี 2 หรือ 4 ล้อ

    กระเป๋ายุคนี้มักมี “ล้อ” เพื่อให้เราอาจจะลากกระเป๋าไปบนสนามบินอันกว้างใหญ่ได้ โดยไม่ต้องแบกข้าวของเครื่องใช้กันหลังแอ่นทำการนวัยอันควร ถ้าแยกประเภทกระเป๋าตามจำนวนล้อ อาจแยกได้มลายวๆ ดังนี้

    กระเป๋าหิ้ว แบบไม่มีล้อ เหมาะกับคนข้าวของเครื่องใช้น้อย น้ำหนักเบา แค่นั้นปัจจุบันอาจหาคนใช้กระเป๋าแบบนี้ได้น้อยลง
    กระเป๋าล้อลากแบบ 2 ล้อ เหมาะแก่การลากแบบเฉียง แต่อาจลากลำบากหน่อย เมื่อต้องเดินในที่คับแคบ ต้องหมุนกระเป๋าตามช่องทางที่มี ราวกับ การนำกระเป๋าขึ้นเครื่องที่ผู้โดยสารมักแออัดตามทางเดิน ข้อดีเครื่องใช้กระเป๋าประเภอยู่ยืดี้คือวางบนพื้นแล้วไม่ไหลไปเอง โดยเฉพาะพื้นเอียง
    กระเป๋าล้อลากแบบ 4 ล้อ กำลังได้รับความนิยมโขนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะลากกระเป๋าง่ายกว่าแบบ 2 ล้อเยอะจัด ลื่นกว่า หมุนได้รอบทิศทาง เข็นจากด้านหลังได้ด้วย สะดวกต่อการเข็นในที่แคบด้านทางเดินบนเครื่องบิน อย่างเดียวข้อสิ้นบุญคือมีโอกาสไถลได้สูง ในบางสถานการณ์ เช่น ตอนขึ้นรถบัสจากเกตเพื่อขึ้นเครื่อง คนแน่นถิ่นที่น้อย อาจต้องใช้ขาหนีบเอาค่ะ – -’
    นอกจากนี้ กระเป๋าแบบ 4 ล้อ ยังมีล้อคู่แบบที่เรียกว่า “Double-wheels” หรือขนาดนั้นละมุม มีล้อ 2 ล้อ (ให้นึกภาพรถบรรทุก) ช่วยให้การลากกระเป๋าสะดวกสบายมากมายขึ้นไปอีก ด้วยว่ากระเป๋าปริมาตรเล็กที่นำขึ้นเครื่องอาจจะยังไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ เฉพาะกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ควรมีเป็นซีกยิ่งค่ะ


  • ‘ช่องรวมกันของใช้ภายใน’ ใครว่าไม่สำคัญ

    ความช่องเอามารวมกันสิ่งภายในกระเป๋า เป็นอีกความที่คนมักมองข้าม แต่จริงๆ ก็มีความสำคัญเพราะช่วยให้การจัดสรรพสิ่งเป็นระเบียบกับการหยิบข้าวของสะดวกขึ้นเหลือแหล่ กระเป๋าเดินทางทั่วไคำถามักมีสปายรัดเนื่องด้วยช่องขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันสัมภาระกระเด็นไตัวปัญหาาในกรณีสิ่งของไม่เต็มกระเป๋า ส่วนที่ฝามักมีช่องซิปฉับพลัน้ใส่เครื่องใช้จุกจิก หยิบง่ายฉวยสะดวก สุดท้ายคือช่องเอามารวมกันของใช้ที่ด้านหน้ากระเป๋า ที่ช่วยให้เราหยิบเครื่องใช้บางกลุ่ม ดั่ง นิตยสาร เอกสาร ได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องเปิดซิปใหญ่เครื่องใช้กระเป๋าเลย  ตัวจำพวกด้านล่างคือกระเป๋าแบรนด์ TUMI ซึ่งโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น ตรงที่มีช่องเก็บรวบรวมสรรพสิ่งจำนวนโขนัก เป็นสัดเป็นส่วนดี  ด้านในกระเป๋า TUMI รุ่น Int’l Expandable Carry-On  นอกจากนี้ กระเป๋าบางรุ่นยังมีซิปด้วย “ขยายปริมาตรกระเป๋า” เพื่อให้เราเชี่ยวชาญเพิ่มบริเวณบรรจุภายในได้อีกสักหน่อย ถ้ากระเป๋าไม่เต็มก็แล้วกันไป เฉพาะถ้ามีสิ่งเพิ่มเข้ามาแบบไม่คาดฝัน (เป็นต้นว่า มีของฝาก) ก็ยังศักยเอาตัวรอดได้ในวันกลับ ตรงนี้ถือเป็นลูกเล่นเล็กๆ อีกประการหนึ่งที่อาจต้องพิจารณาด้วย


  • ‘วัตถุกระเป๋า’ เลือกเฟ้นให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน

    โดยทั่วไปแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือสิ่งของกระเป๋าแยกได้ 2 แบบกว้างๆ คือ แบบซอฟต์เคส (Soft Case) ส่วนใหญ่มักใช้ผ้าไนล่อน พร้อมทั้งแบบฮาร์ดเคส (Hard Case)
     
     

    Tags : กระเป๋าเดินทาง