ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำนมข้าวโพดเพื่อสุขภาพ  (อ่าน 753 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ pla

  • สมาชิกระดับสูงมาก
  • *****
  • กระทู้: 200
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
น้ำนมข้าวโพดเพื่อสุขภาพ
« เมื่อ: ตุลาคม 10, 2013, 09:51:48 AM »


น้ำนมข้าวโพดเพื่อสุขภาพ ข้าวโพดเป็นพืชผักโบราณอยู่คู่คนไทยมาช้านาน เราไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าบรรพบุรุษไทยเรารู้จักการ ปลูกข้าวโพดมาตั้งแต่เมื่อใด โดยส่วนตัวดิฉันเป็นคนชอบทานข้าวโพดไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดต้ม ข้าวโพดคลุกเนย และน้ำนมข้าวโพดเพรา...ะมีรสชาติหวาน หอม อร่อย หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป ดิฉันจึงอยากที่จะศึกษาข้อมูลและคุณประโยชน์ที่มีในน้ำนมข้าวโพด ข้าวโพดอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมายไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินบี3 เหล็ก โปรตีน คาร์โบโฮเดรตเป็นต้น การต้มทำให้ข้าวโพดปล่อยสารต้านอนุมูลอิสระออกมาที่สำคัญตัวหนึ่งคือ กรดเฟรูอิก เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งสามารถต้านความแก่ ป้องกันมะเร็ง โรคหัวใจ และไข้หวัดได้ นอกจากนี้ข้าวโพดยังมีสรรพคุณทางยา เนื่องจากข้าวโพดมีเส้นใยอาหารสูง จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานปกติ บรรเทาอาการหงุดหงิดฟุ้งซ่าน ลำต้น รากและใบ นำมาตากแห้งแล้วต้มดื่มรักษาโรคนิ่วได้ เมล็ดใช้ต้มกินจะช่วยไปบำรุงกระเพาะอาหาร บำรุงหัวใจ ปอดและทำให้เจริญอาหาร ซังข้าวโพด นำมาต้นดื่มแก้บิด ท้องร่วงและตานขโมยในเด็ก ไหมข้าวโพด นำมาทำน้ำมันหอมระเหยเพราะมีสารอัลคาลอยด์ แก้อาการบวมน้าเนื่องจากไตอักเสบ เหน็บชา เบาหวาน เลือดกำเดาไหล เป็นต้น สืบเนื่องจากการจำหน่ายข้าวโพดดิบออกสู่ตลาดเริ่มมีปัญหา จึงมีการนำข้าวโพดมาทดลองแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพด ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ผลผลิตที่ได้จากข้าวโพดส่วนหนึ่งจึงถูกนำมาแปรรูปเป็นน้ำนมข้าวโพด ข้าวโพดได้กลายเป็นพืชอุสาหกรรม ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า ข้าวโพดเป็นพืชที่สำคัญเป็นอันดับ 3 ของ โลก รองจากข้าวเจ้าและข้าวสาลี ผลผลิตครึ่งหนึ่งใช้เป็นอาหารของคนนอกนั้นใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์และใช้ในอุตสาหกรรมการแปรรูป ปัจจุบันมีการผลิตน้ำนมข้าวโพดออกขายสู่ท้องตลาดอย่างแพร่หลาย สืบเนื่องมาจากผู้บริโภคที่หันมาดูแลใส่ใจและรักสุขภาพมากขึ้น จึงทำให้กระแสอาหารธรรมชาติได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงส่งผลให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มใส่ใจการบริโภคเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายคือหนุ่มสาวคนทำงานและผู้ชื่นชอบเครื่องดื่มธัญญาหาร ข้าวโพดที่นิยมรับประทานกันมากที่สุดคือข้าวโพดหวาน เพราะมีรสชาติหวานอร่อย และข้าวโพดหวานต้องรู้จักระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บ ข้าวโพดอ่อนจะมีสรชาติหวานแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการมากพอ ส่วนข้าวโพดที่แก่จัดเกินไปจะเปลี่ยนเป็นแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรด ที่ให้พลังงานและแคลอรีสูง จึงควรปริโภคในระยะที่ข้าวโพดเป็นน้ำนม คือ 68 วัน เพราะจะให้คุณค่าทางโภชนาการสูงสุด ไขมันต่ำ แคลอรีต่ำ ปราศจากโคเลสเตอรอล อุดมไปด้วยวิตามิน A และวิตามิน E มีรสชาติอร่อยและเหมาะที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำนมข้าวโพด น้ำนมข้าวโพดมีสารมหัศจรรย์จากธรรมชาติมากมาย ได้แก่ กรดเฟรุลิก ซึ่งช่วยชะล้างสารพิษในร่างกายและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม และนอกจากนี้ดูดซับคลื่นแสงที่ทำร้ายดวงตา อีกทั้งยังป้องกันการเสื่อมสภาพของตา ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างได้ ต้องได้จากการรับประทานเท่านั้น น้ำนมข้าวโพดมีประโยชน์มากมายนานับประการ สามารถดื่มได้ทุกวัน ทุกเวลาและสถานที่ และยังดื่มได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นแบบร้อนหรือเย็น มีประโยชน์ขนาดนี้ มาทำทานกันดีกว่า ส่วนผสม 1.ข้าวโพดหวาน 5 ฝัก 2.น้ำต้มใบเตย 7 ถ้วยตวง (ใช้ใบเตยล้างหั่นประมาณ 5 ใบ) เราไม่มีใบเตย ใช้น้ำเปล่าเเทน 3.เกลือป่น 1 ช้อนชา (ถ้าไม่ชอบเค็ม ไม่ต้องใส่เกลือ) วิธีทำ 1. ลอกเปลือกข้าวโพดออกล้างให้สะอาด ฝานเมล็ดข้าวโพดบาง ๆ 2. ใส่ข้าวโพดลงในโถปั่น เติมน้ำต้มใบเตยพอควร เปิดสวิชท์ปั่นจนละเอียดดีแล้วกรองผ่านกระชอน 3. นำน้ำข้าวโพดทั้งหมด ใส่หม้อสเตนเลสตั้งไฟ เติมเกลือ ควรคนด้วยพายไม้เพื่อไม่ให้ไหม้ ต้มพอสุกข้น ยกลงพักไว้ (ระวังอย่าให้ร้อนถึงจุดเดือด เพราะจะสุกเกินไปเกิดการแยกตัว) 4. เสิร์ฟร้อนหรือเย็นตามชอบ หากชอบหวานผสมน้ำเชื่อมได้ เทคนิคการทำ 1. ควรใช้ข้าวโพดใหม่ สด จะได้นมข้าวโพดที่หอมอร่อย 2. ควรปั่นข้าวโพด 2 ครั้ง เพื่อให้ได้น้ำเข้มข้น 3. ควรต้มนมข้าวโพดให้สุกข้นจึงหอมอร่อย 4. ควรระวังอย่าให้นมข้าวโพดเดือดนานเกินไปจะแยกตัว เสร็จเรียบร้อยพร้อมดื่มใด้เเล้ว