͸Ժ

ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการเลือกซื้อ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบ RO  (อ่าน 15 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ skyzy.z88

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 119486
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
วิธีการเลือกซื้อ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )แบบ RO หลายคนรู้จัก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO เพียงผิวเผิน หรือบางคน แทบไม่รู้จักเลย บางคนซื้อ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ไปแล้ว ยังไม่รู้เลยว่า เครื่องที่ซื้อมาคือ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบอะไร กรองได้สูงสุดเท่าไร ก็ยังไม่ทราบ มากไปกว่านั้น อาจได้ข้อมูลมาผิด ๆ อีกด้วย ความแตกต่าง ในหลักการ และความถูกต้องของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบ่งออกเป็นประเภท ต่อไปนี้ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบ การกรองแบบอัลตร้าฟิลเตรชัน : โดยทั่วไป สามารถกรอง สิ่งสกปรก ที่สูงกว่า 0.01 ไมครอน ได้ แต่ไม่สามารถ กรองตะกรัน และโลหะหนักได้ ดังนั้น น้ำกรอง ที่ได้จาก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบ การกรองแบบอัลตร้าฟิลเตรชัน สามารถ ล้างผักและ ผลไม้ได้ แต่ถ้า คุณดื่ม คุณสามารถดื่ม ได้หลังจาก เอาน้ำไปต้ม ให้เดือด เท่านั้น เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบ นาโนฟิลเตรชัน : สามารถ กรองสิ่งสกปรก ได้สูงกว่า 1 นาโนเมตร แต่ไม่สามารถ กรองไอออนได้ดี ซึ่งยังไม่แนะนำ ให้ดื่มโดยตรง เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบ RO reverse osmosis : สิ่งสกปรกข้างต้น โดยทั่วไป สามารถ กรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงมาตรฐาน การดื่มโดยตรง ปัจจุบัน เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ที่ใช้ เทคโนโลยีต่าง ๆ มีอยู่ใน ท้องตลาด และพวกเขา โฆษณาว่า น้ำกรอง ของพวกเขา เหมาะสำหรับ การดื่ม มากกว่า คำแนะนำ ของผู้เขียน คือ น้ำยิ่งบริสุทธิ์ ก็ยิ่งปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ ที่อ้างว่า กักเก็บแร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ ต่อร่างกายมนุษย์ ในน้ำ เป็นไปได้ หรือไม่ ว่าหลังจากเยื่อกรอง อัลตราฟิลเตรชัน แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ จะเป็นเพียง สารที่เป็นประโยชน์ และไม่มี สารอันตราย เห็นได้ชัดว่าเครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบ เมมเบรน สามารถ กรองได้ ตามความแม่นยำ ของมัน เองเท่านั้น ยังไม่ฉลาดพอ ที่จะแยกแยะ ระหว่างประโยชน์ และผลเสีย ดังนั้น เราจึงเลือก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) แบบ RO ที่สามารถ กรองทุกอย่างได้ และจาก ผลการสำรวจ ยอดขาย เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )  RO ซึ่งเป็น เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ที่ขายดี ที่สุด ในตลาด มีข้อได้เปรียบ แน่นอน ซึ่งยังสะท้อน ถึงการรับรู้ ของผู้บริโภค โดยทั่วไป ทำความรู้จัก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO (Reverse Osmosis) วันนี้เราเราลองมาดูข้อมูลของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO กันดูว่า มีความเป็นมาอย่างไร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร แล้วค่อยมาสรุปว่า เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO นี้เหมาะสมกับบ้านคุณหรือไม่ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO ( Reverse Osmosis ) มีต้นกำเนิดในปี ค.ศ.1748 โดย Jean-Antoine Nollet แต่หลังจากนั้น ระบบรีเวอร์สออโมสิส ( RO ) ก็ยังค งเป็นการวิจัย ในอุดมคติที่อยู่แต่ในห้องทดลอง โดยยังไม่สามารถ นำมาใช้งาน ได้อย่างจริงจัง โดยระหว่างนั้ นองค์กรนาซ่า ก็ให้ความสนใจ ระบบกรองน้ำชนิดนี้ เพราะต้องการนำ น้ำปัสสาวะ ของนักบินอวกาศ นำกลับมาใช้ เป็นน้ำดื่ม อีกครั้งเพราะบนอวกาศ เราไม่สามารถ หาน้ำใดมา ใช้บริโภคได้ ดังนั้น ระบบ RO จึงเป็นส่วนหนึ่ง ในการพัฒนา โดยองค์การนาซ่า ต่อมา กองทัพเรือ สหรัฐอเมริกา ก็ได้มีการนำ ระบบกรองน้ำนี้ ไปใช้ในทะเล โดยการกรอง น้ำทะเล ที่ไม่สามามารถดื่มได้ ให้กลับมา ดื่มได้ เมื่อต้องล่องอยู่ ในมหาสมุทร อันยาวนาน แต่ถึงกระนั้น ระบบกรองน้ำแบบรีเวอร์สออสโมสิส ( RO ) ก็ยัง ไม่ได้รับ ความนิยม มากเท่าที่ควร เพราะปัญหา ของการพัฒนา ไส้กรองยังไม่ตอบโจทย์พอ และราคายังสูงอยู่ จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 1977 ระบบกรองน้ำ แบบรีเวอร์สออสโมสิส( RO ) จึงเริ่มถูกใช้ อย่างแพร่หลายขึ้น หลังจากนั้น เป็นต้นมา ไส้กรอง RO membrane และระบบการกรอง รีเวอร์สออสโมสิส ก็ได้พัฒนามา เป็น เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ปัจจุบัน เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบ RO ได้รับความนิยม อย่างแพร่หลายทั่วโลก เพราะมีประสิทธิภาพ ในการกรองสูงสุด และมีราคา ถูกลงอย่างมาก ในประเทศไทย น้ำดื่มจากเครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น ในโรงแรม, โรงเรียน, โรงพยาบาลชั้นนำ เช่น ศิริราช, บำรุงราษฎร์ เป็นต้น   นอกจากนี้ น้ำที่ขายอยู่ตาม Big C, Lotus, 7-11 ร้อยละ 80% ก็ผลิตจาก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO จุดเด่นและจุดด้อย ของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO จุดเด่นของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO - เป็นเครื่องกรองน้ำที่สามารถกรองได้สูงสุด 0.0001ไมครอน ซึ่งเป็นการกรองขั้นสูงสุด โดยกรองได้ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แบคทีเรีย สิ่งสกปรก และสารเคมีต่างๆ- มีรสชาติน้ำดี ไม่มีกลิ่นคลอรีน, ไม่หวาน, ไม่เฝื่อน, ไม่กระด้างคอ- มีราคาถูกลงมากๆ (ปัจจุบัน เครื่องกรองน้ำROถูกสุด เครื่องละ2,xxxบาท)- ไส้กรองน้ำขนาดมาตรฐาน สามารถใช้ได้กับทุกยี่ห้อ (ไม่ต้องตกเป็นทาส) จุดด้อยของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO - ต้องใช้ไฟฟ้าในการผลิตน้ำจำนวนมาก- มีน้ำทิ้งระหว่างการผลิตน้ำ 50-70%- ราคาสูงกว่าเครื่องกรองน้ำทั่วไป- ผลิตน้ำช้าเพราะกรองละเอียดมาก ทำให้ต้องมีถังเก็บน้ำแรงดัน ( แถมมากับ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer )  วิธีการเลือก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO ที่น่าพอใจ ตามคำแนะนำมีดังนี้ - ยิ่งราคาต้นทุนของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ต่ำเท่าไหร่ ราคาซื้อ ก็ยิ่งถูกลงเท่านั้น- ยิ่ง เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) มีฟลักซ์ มากเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้ การใช้งาน ก็จะดีขึ้นเท่านั้น- ยิ่งราคา วัสดุที่ใช้ในการทำ ตันน้ำต่ำลงเท่าใด ต้นทุน การใช้งาน ในภายหลัง ก็ยิ่งต่ำลง เท่านั้น- ยิ่งมีองค์ประกอบ ตัวกรอง น้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะดวก ในการเปลี่ยน และซื้อวัสดุ ตัวกรอง ของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) และยังช่วย ลดความกังวล ในการใช้งาน 3 ขั้นตอนพื้นฐานในการดูแล เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO ของคุณ 1. ปิด เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ของคุณ สิ่งสำคัญ คือคุณต้องคลุม เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ของคุณ ด้วยฝาพลาสติก หรือฝาปิดอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับ บรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะช่วย ป้องกัน ฝุ่นละออง และเชื้อโรคอื่น ๆ เข้าสู่ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) 2. เปลี่ยน เมมเบรน RO ใน เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) เป็นระยะๆ RO เมมเบรน เป็นส่วน ที่สำคัญที่สุดของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) โดยพื้นฐานแล้ว เป็นเมมเบรน ซึ่งช่วย กรองน้ำออก โดยทั่วไป จะต้องเปลี่ยนทุก ๆ 2 - 3 ปี เพื่อให้ แน่ใจว่า คุณภาพของน้ำ ยังคงดีอยู่ 3. การเปลี่ยนแปลงตัวกรองใน เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) เป็นสิ่งสำคัญ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ของคุณมีตัวกรอง, แผ่นกรองตะกอน ( กรองฝุ่นทราย และสิ่งสกปรกอื่น ๆ ),ไส้กรองคาร์บอน ( ช่วยขจัดคลอรีนและอนุภาคที่เป็นอันตรายอื่น ๆ ) สิ่งสำคัญคือ คุณต้องเปลี่ยน สิ่งหล้านี้เป็นระยะ ๆ ( อย่างน้อยปีละครั้ง ) ซึ่งวิธีนี้ จะช่วยให้ มั่นใจได้ว่า คุณจะไม่หลงเหลือ กลิ่นที่มาจากน้ำ สีจากความสกปรก ของน้ำ และรสชาติ ของน้ำดื่ม ของคุณ คำถามและประเด็น เกี่ยวกับ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO 1. เราจะเลือกซื้อ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO ขนาดไหนดี ? ถ้าอยู่บ้าน 1 – 4 คน ก็ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO 50G – 75G. ถ้าอยู่กัน เยอะกว่านี้ หรือใช้น้ำ มาก ก็อาจต้องเลือก รุ่น 100G, 150G, 300G, 400G, 600G ได้ตามความต้องการ ในการใช้น้ำ 2. เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO 50G , 75G, 100G คำว่า [G] นั้นมีความหมายอย่างไร ? 50G ย่อมาจาก 50GPD (Gallon per Day) โดย 1 แกลลอน = 3.78ลิตร  ดังนั้น 50G = 50แกลลอน/วัน = 189ลิตร/วัน = 7.87ลิตร/ชม   คือปริมาณน้ำ ที่ไส้กรอง RO 50G ผลิตน้ำได้ 3. น้ำจาก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ต่างกันหรือไม่ ? น้ำRO ถ้าวัดค่า โดยเครื่องมือ TDS ควรอยู่ระหว่าง 0 – 50 ppm เหมือนกันหมด  ถ้าเปรียบเทียบ ให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เกลือ ก็คือเกลือ เช่นเกลือจากไทย กับเกลือ จากอเมริกา ก็ต้อง มีคุณสมบัติ ของเกลือ เหมือนกัน คือเค็ม ประมาณนั้น ดังนั้น ความแต่งต่าง ของน้ำ RO จึงน้อยมาก ๆ แต่ว่า ฟังก์ชั่น ของเครื่องกรอง ที่ต่างกัน เช่น มีไฟโชว์, มีระบบล้างอัติโนมัติ, ขนาดไส้กรอง, รูปทรงของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ทำให้เครื่องกรองRO แต่ละรุ่น มีราคาต่างกัน 4. น้ำจาก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO ไม่มีแร่ธาตุ อันตราย ? ถ้าให้ตอบสั้น ๆ คือ มนุษย์ ต้องการแร่ธาตุ จากอาหาร ไม่ใช้ จากน้ำประปา และ น้ำบรรจุขวด ยี่ห้อของโรงพยาบาลศิริราช กับ บำรุงราษฎร์ ก็ใช้ระบบ RO ถ้าอันตรายจริง โรงพยาบาลชั้นนำเหล่านี้ จะกล้านำมา ให้ดื่มหรือไม่ 5. รสชาติของน้ำจาก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO เป็นอย่างไร อยากลองชิม ? เราสามารถซื้อน้ำขวด ตาม 7-11 หรือ น้ำดื่มบรรจุขวดที่เขียนข้างขวดว่า กรองด้วยระบบ RO / รีเวอร์สออสโมสิส มาลองทานได้ เช่นยี่ห้อ สปริงเคิล, เนปจูน, น้ำดื่ม7-1, คริสตัล, ช้าง, เนสเล่ท์ เป็นต้น ( บางยี่ห้อ อาจไม่ได้ เขียนข้างขวด ว่าเป็นน้ำที่มาจาก เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) RO แต่สามารถ หาข้อมูล ของแต่ละบริษัทได้ ) สรุป เกี่ยวกับประเด็นของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบ RO ถ้าเรา ไม่ได้ติดขัด เรื่องข้อด้อย ของ เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO เครื่องกรองน้ำระบบนี้ มีข้อดีหลายประการ แต่การเลือกใช้ ก็ต้องขึ้นอยู่ กับความต้องการ ของผู้บริโภค เองว่า เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบไหน เหมาะสมกับตัวเอง ดังนั้น เครื่องกรองน้ำ ( Water ionizer ) ระบบRO ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ดี สำหรับผู้ ที่ต้องการ ผลิตน้ำดื่มที่สะอาด ไว้ทางเองที่บ้าน เครื่อง, กรองน้ำ, น้ำ, อัลคาไลน์, น้ำดื่ม, น้ำด่าง, น้ำอัลคาไลน์, Water, Alkaline, Alkaline Water lonizer, สุขภาพ, ดื่มน้ำ, เครื่องกรองน้ำ, น้ำดื่มเพื่อสุขภาพ, สะอาด, ไร้เชื้อโรค, เชื้อโรค, ปลอดภัย, น้ำดื่มสะอาด, น้ำดื่มสุขภาพ