͸Ժ

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - kaidee20

หน้า: [1] 2 3 ... 299
4


“กระทรวงท่องเที่ยวฯ” เผยสถิติ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ครบ 1 เดือนแรก สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเฉียด 2 พันล้านบาท จากนักท่องเที่ยวกว่า 1.4 หมื่นคน ใช้จ่ายเฉลี่ยเกือบ 6 หมื่นบาทต่อทริป “สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้” ลุ้นไตรมาส4 ท่องเที่ยวภูเก็ตพลิกสถานการณ์

ฝ่าวิกฤติยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศพุ่ง มีนักท่องเที่ยวไทย-เทศเดินทางเข้ามาเที่ยว 2-3 แสนคนต่อเดือน ดันจำนวนและรายได้ท่องเที่ยวฟื้น 20%

หลังจากโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วมาเที่ยวภูเก็ตแบบไม่กักตัว ครบ 1 เดือนแรก ตั้งแต่วันที่ 1-31 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รวบรวมสถิติที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 14,055 คน โดยประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก คือสหรัฐ 1,802 คน, สหราชอาณาจักร 1,558 คน, อิสราเอล 1,455 คน, เยอรมนี 847 คน และฝรั่งเศส 839 คน มีจำนวนการจองห้องพักโรงแรมในภูเก็ตที่ได้มาตรฐาน SHA+ ตลอดเดือน ก.ค.ที่ผ่านมารวม 190,843 คืน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศกว่า 1.4 หมื่นคนที่เดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ตลอดเดือนแรกที่เปิดดำเนินการ ช่วยสร้างรายได้แก่ภูเก็ต 829 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 58,982 บาทต่อทริป แบ่งเป็นค่าที่พักมากที่สุด 282 ล้านบาท ค่าซื้อสินค้าและบริการ 194 ล้านบาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 175 ล้านบาท บริการทางการแพทย์และสุขภาพ 124 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก 54 ล้านบาท

“สร้างเงินหมุนเวียนที่ก่อให้เกิดรายได้ต่อระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรง และห่วงโซ่อุปทานที่สนับสนุนการท่องเที่ยว เช่น ภาคเกษตร อุตสาหกรรม พลังงาน คิดเป็นจำนวนเงินรวม 1,925 ล้านบาท และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวม 816 ล้านบาทซึ่งเป็นเงินหมุนเวียนที่เกิดขึ้นจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวก่อให้เกิดมูลค่าของการผลิตสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทาน (หรือ GDP)”

นอกจากนี้มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดผลตอบแทนในรูปของเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนให้กับพนักงานและลูกจ้างทั้งหมดเป็นมูลค่า 210 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงาน รักษาตำแหน่งงานเทียบเท่าระยะเวลา 1 ปี (Full Time Equivalent) จำนวน 2,719 คน ขณะที่ภาครัฐมีรายได้ในรูปแบบภาษีในทุกๆ รอบของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ 87 ล้านบาท

คาด ส.ค.ทัวริสต์เข้าภูเก็ตไม่เกิน 1.5 หมื่นคน

ก่อนหน้านี้นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตามเป้าหมายของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 แสนคนในไตรมาส 3 ตั้งแต่ ก.ค.-ก.ย.นี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงต่อเนื่องในเดือน ส.ค.นี้ แม้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะพยายามใช้กลยุทธ์ซิตี้มาร์เก็ตติ้ง ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาติมองภูเก็ตแบบแยกส่วนจากประเทศไทยในภาพรวมแล้ว แต่ด้วยยอดผู้ติดเชื้อในไทยที่พุ่งสูงจึงกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ กระแสการจองห้องพักโรงแรมในภูเก็ตที่ได้มาตรฐาน SHA+ ช่วงเดือน ส.ค.นี้เริ่มแผ่วลง โดยคาดว่าเดือน ส.ค.จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่เกิน 1.5 หมื่นคน น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4 หมื่นคนในเดือนนี้

“กระทรวงการท่องเที่ยวฯจึงมองว่าเป็นเรื่องยากที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะถึงเป้าหมาย 1 แสนคน”

ลุ้นรายได้ท่องเที่ยวภูเก็ต Q4 ฟื้น 20%

นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า ไตรมาส 3 ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพื่อนำไปสู่การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากขึ้นในไตรมาส 4 นี้ หลังจากเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ครบ 1 เดือนแรกพบว่านักท่องเที่ยวมีความประทับใจ

และหลังจากการระบาดของโควิด-19 ระลอก 4 พบยอดผู้ติดเชื้อในประเทศพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวไทยเข้ามาเที่ยวภูเก็ตเลย ต่างจากในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวไทยมาเยือน 1.5-2 แสนคน

“เดิมสมาคมฯคาดว่าในไตรมาส 4 ซึ่งตรงกับช่วงไฮซีซั่น จะมีนักท่องเที่ยวจากทั้งตลาดไทยและต่างประเทศรวมกันที่เดือนละ 2-3 แสนคน ช่วยทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้กลับมา 20% จากภาวะปกติ ทำให้ภาคท่องเที่ยวภูเก็ตยังพอเดินต่อไปได้ แต่ตอนนี้ในภูเก็ตเหลือแต่นักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ ส่วนตลาดคนไทยเที่ยวภูเก็ต ยังมองไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร คงต้องหวังพึ่งการกระจายวัคซีน และติดตามการล็อกดาวน์ในประเทศว่าจะได้ผลแค่ไหน”

เนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต กล่าวเสริมว่า ในช่วงภาวะปกติก่อนเจอวิกฤติโควิด-19 ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวรวม 14.4 ล้านคนเมื่อปี 2562 โดยมีฐานนักท่องเที่ยวคนไทยมากเป็นอันดับ 1 ที่ 4.4 ล้านคน รองลงมาคือจีน 3 ล้านคน รัสเซีย 8 แสนคน อินเดีย 3.5 แสนคน ออสเตรเลีย 3.2 แสนคน สหราชอาณาจักร 3.1 แสนคน และอื่นๆ

“ในช่วงไฮซีซั่นภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวมากสุดถึง 4 หมื่นคนต่อวัน ต่างจากปัจจุบันที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เฉลี่ย 400 กว่าคน โครงการแซนด์บ็อกซ์จึงถือเป็นกระบะทรายแห่งความหวัง ทำให้ภาคท่องเที่ยวภูเก็ตสู้ต่อไปได้”

ทั้งนี้ภาคท่องเที่ยวภูเก็ตหวังว่าประเทศไทยจะมีการรับรองวัคซีน “สปุตนิก วี” ภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวรัสเซียซึ่งมีจำนวนมาเที่ยวภูเก็ตมากเป็นอันดับ 3 เดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้

6


นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ทำการศึกษาแนวโน้มตลาดของสินค้าต่าง ๆ ตามนโยบายที่ได้รับจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้นำมาแจ้งทิศทางและช่วยแนะนำให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทยได้มีการปรับตัว และเพิ่มโอกาสในการทำตลาด โดยได้ทำการศึกษาแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งพบว่าแนวคิดแฟชั่นหมุนเวียน (Circular Fashion) กำลังเป็นที่นิยมที่นำมาใช้ในการวางแผนและออกแบบการผลิตเพื่อลดการเกิดของเสียและมลพิษ การผลิตเสื้อผ้าจากวัสดุที่ปลอดภัยและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ การเพิ่มระยะเวลาใช้งานเสื้อผ้า รวมทั้งการนำเสื้อผ้าเก่ามาผลิตเป็นเสื้อผ้าใหม่ เกิดการหมุนเวียนเป็นวงจรต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรได้อย่างสูงสุด

ทั้งนี้ นอกจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมแฟชั่นแล้ว สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะการที่ร้านค้าต้องปิดตัวลง ผู้คนต้องทำงานที่บ้าน และลดการใช้ชีวิตทางสังคม ทำให้ยอดการจำหน่ายเสื้อผ้าลดลง ซึ่งผลการสำรวจข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคทั่วโลกในปี 2563 ระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคมีรายได้ลดลง และอุตสาหกรรมแฟชั่นถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากผู้บริโภคกว่า 51% จะลดการใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้ารองเท้าลงและมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญต่อความคุ้มค่าในการใช้จ่ายมากขึ้น และต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ ใช้งานได้ยาวนานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ ได้มีผลการสำรวจว่า ผู้บริโภคกลุ่ม Millennial คือผู้ที่อายุระหว่าง 24-37 ปี  และ Gen Z คือ ผู้ที่อายุระหว่าง 13-23 ปี  ใส่ใจเป็นพิเศษต่อสินค้ารักษ์โลก และกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอุตสาหกรรมที่มีต่อสิงแวดล้อม รวมทั้งมีความตระหนักถึงการลดการใช้พลาสติกและคาดหวังให้แบรนด์สินค้าต่าง ๆ สนับสนุนแนวคิดเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้เห็นว่าแฟชั่นหมุนเวียน เป็นแนวคิดที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบันไปพร้อม ๆ กับช่วยลดขยะและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเห็นได้จากในวงการแฟชั่นเริ่มเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจบ้างแล้ว เช่น ธุรกิจให้เช่าเสื้อผ้า ธุรกิจขายเสื้อผ้ามือสอง รวมไปถึงการผลิตเสื้อผ้าจากวัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทย ก็ควรที่จะศึกษาและวางแผนการทำตลาดภายใต้แนวคิดนี้เพิ่มขึ้น


อย่างไรก็ตาม สนค.เห็นว่า ในส่วนของผู้บริโภค หากตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาจทำได้โดยเลือกสินค้าที่มีคุณภาพหรือเลือกใช้เสื้อผ้าจากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนทิ้งเสื้อผ้า พยายามซ่อมแซมเสื้อผ้าเพื่อใช้งานให้นานขึ้น บริจาคเสื้อผ้า และแยกขยะเสื้อผ้า สิ่งทอ เมื่อต้องการทิ้ง เพราะเสื้อผ้าสิ่งทอเหล่านี้ สามารถนำไปรีไซเคิลให้กลายเป็นเสื้อผ้าใหม่หรือสินค้าประเภทอื่นได้

ปัจจุบันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมตามการเติบโตของธุรกิจแฟชั่น โดยเฉพาะกระแส Fast Fashion ซึ่งเป็นเทรนด์เสื้อผ้าที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและผู้ประกอบการต้องผลิตสินค้าออกมาให้ทันความต้องการ เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความทันสมัยและซื้อบ่อยขึ้น อาจกลับทำให้สินค้าคุณภาพด้อยลง ใช้งานได้ไม่นาน และใช้ซ้ำได้น้อยครั้ง เสื้อผ้าปริมาณมหาศาลจึงต้องกลายเป็นขยะในที่สุด โดยแต่ละปีจะพบว่ามีเสื้อผ้าและสิ่งทอกว่า 85% ถูกทิ้ง และมีเพียง 15%  ที่ได้รับการรีไซเคิลหรือนำไปบริจาค

7
สนใจติดต่อคุณเป้ง 087-347-6299
https://gladnessaccounting.co.th/

สำนักงานบัญชีนนทบุรี  สำนักงานบัญชีบางกรวย  สำนักงานบัญชีบางใหญ่  สำนักงานบัญชีบางบัวทอง  สำนักงานบัญชีไทรน้อย  สำนักงานบัญชีปากเกร็ด  สำนักงานบัญชีบางศรีเมือง  สำนักงานบัญชีพิมลราช  สำนักงานบัญชีบางคูรัด  สำนักงานบัญชีบางรักพัฒนา  สำนักงานบัญชีบางแม่นาง  สำนักงานบัญชีบางกร่าง  สำนักงานบัญชีไทรม้า  สำนักงานบัญชีตลาดขวัญ  สำนักงานบัญชีบางตะไนย์  สำนักงานบัญชีบางพลับ  สำนักงานบัญชีบางรักน้อย  สำนักงานบัญชีมหาสวัสดิ์  สำนักงานบัญชีศาลากลางนนทบุรี  สำนักงานบัญชีอ้อมเกร็ด  สำนักงานบัญชีแจ้งวัฒนะ  สำนักงานบัญชีถนนกาญจนาภิเษกนนทบุรี  สำนักงานบัญชีถนนจงถนอม-ไทรน้อย  สำนักงานบัญชีถนนชัยพฤกษ์  สำนักงานบัญชีถนนติวานนท์  สำนักงานบัญชีถนนทวีวัฒนา  สำนักงานบัญชีถนนเทศบาลจังหวัดนนทบุรี  สำนักงานบัญชีถนนเทิดพระเกียรติ  สำนักงานบัญชีท่าอิฐ  สำนักงานบัญชีถนนนครอินทร์  สำนักงานบัญชีบางม่วง  สำนักงานบัญชีบางกรวย-จงถนอม  สำนักงานบัญชีถนนบางไกรใน  สำนักงานบัญชีบางกรวย-ไทรน้อย  สำนักงานบัญชีบางคูเวียง  สำนักงานบัญชีบางศรีเมือง  สำนักงานบัญชีถนนวัดโบสถ์ดอนพรหม  สำนักงานบัญชีไทรม้า  สำนักงานบัญชีถนนพิบูลสงคราม  สำนักงานบัญชีถนนราชพฤกษ์  สำนักงานบัญชีตลิ่งชัน  สำนักงานบัญชีถนนเรวดี  สำนักงานบัญชีถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี  สำนักงานบัญชีถนนศรีสมาน  รับทำบัญชี

8
ตลาดทั่วประเทศ / ออสซี่ออยล์
« เมื่อ: 04 2021-08-04 2021 16:%i:1628069439 »
ออสซี่ออยล์

9
สำนักงานบัญชี เอทีเอส บริการบัญชีและภาษี
1158/14  ซอยจันทน์ 37/1  ถนนจันทน์  แขวงทุ่งวัดดอน  เขตสาทร  กรุงเทพฯ 
สนใจติดต่อคุณสมบูรณ์ 089-793-5707 , 02-212-3064
Email : ats_audit@hotmail.com

สำนักงานบัญชี , รับทำบัญชีถนนจันทน์ , รับทำบัญชีบางคอแหลม , รับทำบัญชียานนาวา , รับทำบัญชีพระราม 3 , รับทำบัญชีสาทร , รับทำบัญชีบางรัก ,รับทำบัญชีทุ่งมหาเมฆ , รับทำบัญชีสีลม , รับทำบัญชีศาลาแดง , รับทำบัญชีพระราม1 , รับทำบัญชีสยาม , รับทำบัญชีเพลินจิต , รับทำบัญชีชิดลม , รับทำบัญชีปทุมวัน , รับทำบัญชีเซ็นหลุยส์ , รับทำบัญชีสาธุประดิษฐ์ , รับทำบัญชี , รับทำบัญชีรายเดือน , รับทำบัญชีรายปี , ตรวจสอบบัญชี , ตรวจสอบบัญชีบริษัทจำกัด , ตรวจสอบบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด

10


รายงานข่าวจาก หัวเว่ย เผยว่า ช่วยสนับสนุนสิงคโปร์ในการสร้างศูนย์กลางด้านสตาร์ทอัพแห่งแรกของเอเชีย-แปซิฟิกมาตั้งแต่ปี 2563 และได้ขยายโครงการไปยังฮ่องกง ไทย มาเลเซีย 

โดยจากนี้จะเน้นความสำคัญไปที่การพัฒนาศูนย์กลางด้านสตาร์ทอัพเพิ่มเติมอีกสี่แห่งในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และเวียดนาม มีเป้าหมายในการรวบรวมสตาร์ทอัพกว่า 1,000 ราย โดยสตาร์ทอัพ 100 รายจากในจำนวนนี้จะได้รับการต่อยอดสู่โครงการ Spark Accelerator

สำหรับประเทศไทย ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) สำนักงานนวัตกรรแห่งชาติ (NIA) และพันธมิตรที่มีชื่อเสียงอีกหลายราย จัดการแข่งขัน “Spark Ignite 2021 – Thailand Startup Competition” เมื่อเดือนมิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันชิงรางวัล ครั้งนี้มีสตาร์ทอัพศักยภาพสูงกว่า 10 รายจากทั่วประเทศเข้าร่วม 


นอกจากนี้ เปิดตัวโครงการเกี่ยวกับสตาร์ทอัพอีกสามโครงการประกอบด้วยโครงการ Spark Developer Program ที่มุ่งฟูมฟักอีโคซิสเต็มนักพัฒนาในเอเชีย-แปซิฟิกผ่าน HUAWEI CLOUD, โครงการ Spark Pitstop Program ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลและให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพในระบบ HUAWEI CLOUD ให้สามารถเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ และโครงการ Spark Innovation Program (SIP) ที่เน้นด้านการอำนวยความสะดวกด้านนวัตกรรมธุรกิจองค์กรผ่านอีโคซิสเต็มสตาร์ทอัพภายใต้โครงการ Spark

แคทเธอรีน เฉิน รองประธานอาวุโสและคณะกรรมการบริหาร หัวเว่ย กล่าวว่า เราต่างทราบดีถึงศักยภาพของสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ที่เป็นทั้งนักประดิษฐ์คิดค้น นักปฏิรูป และผู้บุกเบิกของยุคสมัย โดยธุรกิจเหล่านี้สร้างการจ้างงานคิดเป็นสัดส่วนถึงสองในสามจากทั้งโลก สร้างงานใหม่ทั้งหมดกว่าสองในสามจากทั้งโลก ทั้งยังได้สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของโลกได้กว่า 50% 

เมื่อ 34 ปีที่แล้ว หัวเว่ยเองก็เป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าการจดทะเบียนเพียง 5,000 ดอลลาร์เท่านั้น  จึงมีแนวคิดว่าจะสามารถใช้ประสบการณ์และทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อช่วยสนับสนุนสตาร์ทอัพอื่นๆ ก้าวข้ามความท้าทายได้อย่างไร 

โดยคาดว่าความช่วยเหลือนี้จะสามารถช่วยให้สตาร์ทอัพคว้าโอกาสที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุตดิจิทัล ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ และพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโลกได้มากขึ้น

เจาง ผิงอัน (Zhang Ping'an) ประธานกลุ่มธุรกิจคลาวด์ หัวเว่ย กล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจะยกระดับการสนับสนุนแก่ธุรกิจสตาร์ทอัพผ่านนโยบายใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการทำงานผสานกันระหว่างคลาวด์กับคลาวด์ (cloud-plus-cloud collaboration) การสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง บริการคลาวด์ทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น และอีโคซิสเต็มที่มีคุณภาพสูงสำหรับธุรกิจ 

หัวเว่ยเปิดตัวโครงการ Cloud-plus-Cloud Collaboration and Joint Innovation Program เพื่อให้การสนับสนุนธุรกิจสตาร์อัพด้วยทรัพยากรมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์  โดยเงินลงทุนครึ่งหนึ่งมาจาก HUAWEI CLOUD และอีกครึ่งหนึ่งมาจาก Huawei Mobile Services (HMS)

ปี 2564 มีแผนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพให้ถึง 200 รายในด้านอีโคซิสเต็ม HMS รวมทั้งแบ่งปันช่องทางจากเครือข่าย ของเรากับนักพัฒนาทั่วโลก ซึ่งต่างทำงานเพื่อรองรับผู้ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยกว่า 1,000 ล้านคน นอกจากนี้ เรายังจะเปิดศูนย์ HMS Developer Innovation Center เพื่อสนับสนุนนักพัฒนา HMS Cloud กว่า 100,000 รายโดยเฉพาะ

11
ตลาดทั่วประเทศ / โปรแกรมหวย
« เมื่อ: 04 2021-08-04 2021 13:%i:1628056860 »
โปรแกรมสลากกินแบ่ง RICHMANTOOL
โปรแกรมสลากกินแบ่ง หรือ โปรแกรมเจ้ามือหวย RICHMANTOOL คืออุปกรณ์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้ามือหวย สำหรับการ คัดลอตเตอรี่คำนวณลอตเตอรี่ และก็ทำบัญชี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะบ่อยที่เจอกับปัญหา ข้อมูลล้นมือ เวลาไม่พอ ทำไม่ทัน ฯลฯ จึงจำเป็นต้องใช้ โปรแกรมสลากกินแบ่ง ช่วยงาน

12


 วันนี้ (3 ส.ค.2564) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ร่วมกับ และ หัวเว่ย อาเซียน อะคาเดมี (Huawei ASEAN Academy) และม.บูรพา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (work shop) รูปแบบออนไลน์ หัวข้อ“Technology Seeker vs Competence Development Workshop” โดยมี ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ อีอีซี และ นายอาเบล เติ้ง (Mr. Abel Deng) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเปิดการสัมมนาฯ พร้อมคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในเทคโนโลยีดิจิทัล 5G มาให้ความรู้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนมาก อาทิ ผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการในพื้นที่อีอีซี กลุ่มเอสเอ็มอี และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่มีความสนใจต่อการนำนวัตกรรมดิจิทัล 5G เข้ามาผนวกกับการพัฒนาบุคลากร


การจัดสัมมนาฯครั้งนี้ จัดขึ้นตามแนวทาง อีอีซี โมเดล สร้างคนตรงความการ มีงานทำ รายได้สูง พร้อมขับเคลื่อนหลักสูตรนวัตกรรมที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมในอีอีซี อีกทั้งมุ่งให้เกิดการเรียนรู้เทคโนโลยี 5G ระดับโลกของ หัวเว่ย ที่ได้พัฒนาระบบดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพ และเพื่อรวบรวมองค์ความรู้และข้อมูล สำหรับสร้างหลักสูตรการฝึกอบรม ให้กับ นักศึกษาคนรุ่นใหม่ ผู้ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี ICT ในพื้นที่อีอีซี  โดยในการสัมมนาฯ จะมีผู้เชี่ยวชาญจาก หัวเว่ย ร่วมถ่ายทอดความรู้ที่น่าสนใจ เช่น เทคโนโลยี 5G, ระบบการจัดเก็บข้อมูล Cloud, Big Data, และ IoT รวมทั้งการยกระดับเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงในภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ จะได้รวบรวมข้อเสนอแนะ และความต้องการในมิติต่างๆ จากผู้เข้าสัมมนาภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญ ที่ Huawei ASEAN Academy จะได้นำไปปรับการจัดทำหลักสูตร เพื่อเตรียมความพร้อม และพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี สู่อุตสาหกรรม 4.0 ในอนาคต


ดร.คณิศ แสงสุพรรณ กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง อีอีซี หัวเว่ย และม.บูรพา ครั้งนี้ ว่า ในวันนี้ ถือเป็นก้าวแรกเพื่อร่วมกันขับเคลื่อน โครงการ "Huawei ASEAN Academy (Thailand) EEC Branch" ที่จะสร้างโอกาสการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านดิจิทัล ที่ไม่เพียงแค่ตอบโจทย์การสร้างงานให้ตรงความต้องการภาคอุตสาหกรรม แต่จะขยายผลไปสู่การสร้างความสำเร็จ

เพื่อนำเทคโนโลยี 5G มาเสริมศักยภาพอุตสาหกรรม 4.0 เพิ่มผู้ใช้ 5G ในภาคการผลิต โดย "อีอีซี" ได้ตั้งเป้าหมายให้เกิดการใช้สูงถึง 8,000 โรงงานในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญผลักดันให้ประเทศไทย ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างยั่งยืน

 

13
นี่เป็นทางแก้ปัญหาขนาดเล็กมีข้อจำกัดที่ทำได้อย่างรวดเร็ว (ทำได้ทันที)ยุทธวิธีที่สามารถช่วยเรื่องขนาดใหญ่ไร้ขีดจำกัดในปี 2021สุดยอดบล็อกเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์เสื้อ Epson SureColor SC-F3030 เครื่องพิมพ์เสื้อ DTGที่น่าสนใจในปี 2021 (จัดอันดับบล็อก)

14


เอสเอพี (SAP) ประกาศให้บริการลูกค้าในประเทศไทยด้วย SAP Concur เวอร์ชันภาษาไทย สามารถตั้งค่าเป็นภาษาไทยได้แบบอัตโนมัติ รับกับช่องทางติดต่อขอรับบริการจากพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยได้สะดวกและรวดเร็ว

Fok Wai Leng กรรมการผู้จัดการ SAP Concur ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ประเทศไทยนับเป็นตลาดที่เติบโตเร็ว โดยในปีที่ผ่านมา หลายบริษัทจำนวนมากได้ปรับกลยุทธ์ด้านธุรกิจให้เป็นระบบดิจิทัล เพื่อรองรับการทำงานของพนักงานในทุกๆ ที่

"ธุรกิจในไทยได้เผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง จากการให้พนักงานสามารถทำงานได้จากหลายสถานที่แบบผสมผสาน หลายบริษัทได้ยกเลิกการทำเบิกจ่ายและใบแจ้งหนี้แบบแมนนวล เพื่อเข้าสู่ระบบออนไลน์ เรามีความภาคภูมิใจที่มีส่วนช่วยสนับสนุนเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่โซลูชัน SAP Concur และระบบพาร์ตเนอร์ ในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น"



สำหรับ SAP Concur เวอร์ชันภาษาไทย ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าเป็นภาษาไทยได้แบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน (UI : User Interface) ส่วนการเบิกจ่าย (Concur Expense) ใบแจ้งหนี้ (Concur Invoice) การเปิดคำร้อง (Concur Request) และการเดินทาง (Concur Travel) ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าในประเทศไทย

รายงานระบุว่า บริษัทเอบีม คอนซัลติ้ง (ABeam Consulting) บริษัทดีลอยต์ (Deloitte) และบริษัทไอเอสเอส คอนซัลติ้ง (ISS Consulting) ได้เข้าร่วม SAP Concur Partner Program เพื่อให้บริการติดตั้งระบบแก่ลูกค้าในประเทศไทยโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การบริการโซลูชันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนให้เป็นระบบดิจิทัลชั้นนำระดับโลกในด้านการจัดการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และใบเสร็จเบิกจ่ายแบบครบวงจร

SAP Concur เป็นซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับองค์กร จากผลสำรวจล่าสุด Finance in the New World of Work จัดทำโดย SAP Concur พบว่าร้อยละ 40 ของผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดการ ผู้บริหารและนักธุรกิจไทย (PMEBs : professionals, managers, executives and businessmen) จำเป็นต้องเคลมค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการกรอกแบบฟอร์ม หรือการแนบใบเสร็จต่างๆ ทำให้รบกวนเวลาการทำงานอย่างมาก โดยผลสำรวจพบว่าร้อยละ 36 ต้องการให้ขั้นตอนการเบิกจ่ายเป็นแบบอัตโนมัติ



นอกจากนี้ จากการให้บริการลูกค้ามากกว่า 700 องค์กรทั่วเอเชีย อเมริกา และยุโรป บริษัทเอบีม คอนซัลติ้ง ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าในการตรวจสอบและช่วยแก้ไขปัญหาด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เป็นระบบดิจิทัล พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินงานของแต่ละภาคอุตสาหกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี

ตัวอย่างผู้ใช้ SAP Concur คือ บริษัท ดีลอยต์ ประเทศไทย บริษัทวิจัยการเงิน เทคโนโลยี ภาษี และบุคลากร ที่สามารถสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานของลูกค้า ให้ความช่วยเหลือลูกค้าในทุกๆ ด้านด้วยโซลูชัน SAP Concur ตั้งแต่การวางแผนธุรกิจ การติดตั้ง ตลอดจนให้การอบรม บริหารและจัดการแบบบูรณาการ เพื่อให้เข้ากับระบบของลูกค้า รวมถึงเป็นที่ปรึกษาด้านภาษี นอกจากนี้ บริษัทดีลอยต์ ประเทศไทย ยังให้การบริการโซลูชัน SAP Concur เวอร์ชันภาษาไทย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยอีกด้วย

ยังมีบริษัท ไอเอสเอส คอนซัลติ้ง เป็นพาร์ตเนอร์ของSAP ระดับแพลทินัม และเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ให้บริการลูกค้าในทุกๆขนาดของธุรกิจใน​ยุคดิจิทัล เช่น การให้คำปรึกษาการเปลี่ยนแปลงไอที ซอฟต์แวร์ต่างๆ รวมถึงการจัดการแอปพลิเคชันและให้บริการคลาวด์ เป็นต้น

หน้า: [1] 2 3 ... 299