kidsaraburi.com # The name of your forum.
หมวดหมู่ทั่วไป => ตลาดทั่วประเทศ => ข้อความที่เริ่มโดย: luktan1479 ที่ 08 2022-04-08 2022 00:%i:1649352360
-
ตลาดบอนด์สหรัฐ (https://www.boypakorn.com/tqm%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%97/)ยังคงเกิด inverted yield curve ก่อนเผยรายงานประชุมเฟด
ตลาดพันธบัตรสหรัฐยังคงเกิดภาวะ inverted yield curve ต่อเนื่องจากวานนี้ ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค.ในวันพรุ่งนี้
ณ เวลา 18.33 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.467% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 3 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.653% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.611% โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรดังกล่าวอยู่สูงกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.465% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีอยู่ที่ระดับ 2.524%
ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาด โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นดีดตัวเหนือพันธบัตรระยะยาว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย
นักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะได้รับผลกระทบจากการที่เฟดยังคงเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แม้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด
ก่อนหน้านี้ เหตุการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปีพุ่งขึ้นสูงกว่าพันธบัตรอายุ 30 ปีได้เกิดขึ้นในปี 2549 ก่อนที่จะเกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในอีกเพียงไม่กี่ปีถัดมา
ที่ผ่านมา ภาวะ inverted yield curve มักเกิดขึ้นจากการที่นักลงทุนพากันเทขายพันธบัตรระยะสั้น และเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้น